ข้อเสนอต่อนโยบายและทิศทางการจัดบริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เรียน                      คณะกรรมการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพคนต่างด้าวและอนามัยแม่และเด็กกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง                       ข้อเสนอต่อนโยบายและทิศทางการจัดบริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

 

องค์กรภาคีตามรายชื่อที่แนบท้ายจดหมายฉบับนี้ขอชื่นชมกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ประกาศนโยบาย  การตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพคนต่างด้าว ฉบับลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นนโยบายที่พยายามยึดหลักการสิทธิมนุษยชนในการดำเนินงาน ครอบคลุมคนต่างด้าวทุกคน ขายบัตรประกันสุขภาพให้กับเด็กในราคาวันละ 1 บาท มีการขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมการรักษาเอชไอวี/เอดส์นับเป็นความก้าวหน้าในการจัดบริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยอย่างมาก

แต่จากการติดตาม และรวบรวมข้อมูล โดยหน่วยงานภาคีภาคประชาสังคมและโครงการส่งเสริมการป้องกันเอดส์ในแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย หรือ "โครงการฟ้ามิตร" สนับสนุนโดยกองทุนโลกด้านเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย ในประเด็นการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่ 37 จังหวัด พบว่าหลังจากมีการประกาศนโยบายดังกล่าว ยังมีปัญหาการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง กล่าวคือ พบว่าหน่วยบริการบางแห่งยังไม่เปิดรับประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ ไม่ว่าจะมีเอกสารหรือไม่ก็ตาม อ้างว่านโยบายไม่มีความชัดเจน ไม่ได้บังคับให้ทำ หน่วยบริการส่วนใหญ่ไม่รับประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติและคนต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร (ทร.38/1/พาสปอร์ต/โค้วต้านายจ้าง เป็นต้น) หน่วยบริการจำนวนมากยังคงมีความกังวลต่อการเปิดรับประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติและการให้บริการ ระบบการคีย์ข้อมูล ระบบการเบิกค่าใช้จ่าย ความชัดเจนในสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกับตัวแรงงานที่มีปัญหาหลักคือ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพ ไม่เห็นประโยชน์ ทั้งยังเห็นว่าค่าประกันสุขภาพแพงเกินไป

จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น  มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทยและภาคีเครือข่ายส่งเสริมการป้องกันเอดส์ในแรงงานข้ามชาติ “โครงการฟ้ามิตร” จึงได้จัดทำเวที “ทิศทางและข้อเสนอต่อนโยบายประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย” ขึ้น เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ที่โรงแรมปริ๊นซ์ตัน พาร์ค ดินแดง จึงมีข้อเสนอต่อการจัดบริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ ดังเอกสารแนบท้าย

ทางภาคีเครือข่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการฯ จะให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะดังกล่าวและจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพคนต่างด้าวและอนามัยแม่และเด็ก กระทรวงสาธารณสุข ต่อไป

                        ขอแสดงความนับถือ

       กลุ่มภาคีเครือข่ายแรงงานข้ามชาติและภาคประชาสังคม

 

1) การพัฒนาระบบบริการและการบริหารจัดการ

- ต้องมีการบริหารจัดการแบบรวมกองทุน แทนการกระจายงบประมาณไปตามรายโรงพยาบาล เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง ลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนของหน่วยบริการ

- ควรให้หน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบสุขภาพเข้ามาทำหน้าที่ บริหารกองทุน เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยกระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทในการสนับสนุนทางวิชาการ การติดตาม ประเมินผล

- ต้องมีการกำกับ ติดตาม มีตลอดจนมาตรในการดำเนินการกับหน่วยบริการที่ละเลยหรือละเว้น ไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ต้องมีกระบวนการสร้างความเข้าใจกับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการ รวมทั้งมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับผู้ปฏิบัติ ผู้ให้บริการ รวมทั้งการอธิบายสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับหน่วยบริการ ตลอดจนมีระบบการปรึกษา ระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ไม่สร้างภาระเพิ่มให้กับหน่วยบริการ

- ต้องมีการพัฒนาระบบบริการให้มีความเป็นมิตร เข้าถึงได้จริง ต้องมีการจัดจ้างพนักงานสาธารณสุขต่างด้าว (พสต.) เพื่อทำหน้าที่ล่ามและให้ข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติโดยใช้งบ ประมาณจากค่าประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ

- ขอให้มีผู้แทนแรงงานข้ามชาติและภาคประชาสังคมในคณะกรรมการบริหารจัดการกอง ทุนหลักประกันสุขภาพคนต่างด้าวและอนามัยแม่และเด็ก กระทรวงสาธารณสุข

- การเก็บค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท ขอให้เก็บเฉพาะปีแรกเท่านั้น และควรพิจารณาระบบการผ่อนชำระ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงาน และเพื่อให้แรงงานสามารถเข้าถึงระบบประกันสุขภาพได้จริง โดยร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อในการดำเนินการ

- ให้ยกเลิกข้อยกเว้นในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ในประเด็น (ข้อ) ที่เกี่ยวกับเรื่องโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องเกิน 180 วัน เนื่องจากทั้งในระบบประกันสังคมและระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ยกเลิกไป แล้ว

2) การมีส่วนร่วมของแรงงานข้ามชาติ ผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคม

- สรัางความเข้าใจให้กับแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ที่ดำเนินงานให้เล็งเห็นถึง ความสำคัญของการมีหลักประกันสุขภาพ และหลักการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข

- คอยช่วยเหลือและเอื้ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานข้ามชาติให้เข้าถึงระบบประกันสุขภาพ

- ต้องมีมาตรการบังคับ ลงโทษ อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ ในกรณีที่นายจ้างไม่นำแรงงานข้ามชาติมารับการตรวจสุขภาพ และทำประกันสุขภาพ รวมทั้งนายจ้างที่หักเงินสมทบของลูกจ้างแล้วไม่นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม

 

รายชื่อหน่วยงานและเครือข่ายที่สนับสนุนข้อเสนอนี้

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์    มูลนิธิรักษ์ไทย    มูลนิธิเข้าถึงเอดส์    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย    มูลนิธิพัฒนรักษ์    มูลนิธิพัฒนาเครือข่ายเอดส์ (เอดส์เน็ท)    ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา (บ้านสุขสันต์)     สมาคมส่งเสริมพัฒนาการสังคม   มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์     เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย    เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (ANM)    ศูนย์ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนภาคอีสาน (ศสอ.)


ข้อเสนอการจัดระบบประกันสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติทุกคนในประเทศไทย

ถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข

22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อ้างถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุขวันที่22 มีนาคม พ.ศ. 2556 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามทุกคนในประเทศไทยที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข มีการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ คิดอัตราค่าตรวจสุขภาพคนละ 600 บาท ค่าประกันสุขภาพคนละ 2,200 บาท และค่าประกันสุขภาพเด็กคนละ 365 บาท ซึ่งไม่ได้มีการระบุรายละเอียดชุดสิทธิประโยชน์ และบริการทางการแพทย์ หน่วยงานภาคีภาคประชาสังคมและโครงการส่งเสริมการป้องกันเอดส์ในแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย หรือ "โครงการฟ้ามิตร" ซึ่งสนับสนุนโดยกองทุนโลกด้านเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย ได้ระดมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อมาตราการ การจัดบริการสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติและผู้ติดตาม ได้ข้อสรุปที่เป็นข้อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาดังต่อไปนี้

 

1.      ขอให้จัดชุดสิทธิประโยชน์บัตรประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติและความครอบคลุมบริการ โดยสิทธิประโยชน์ควรเหมือนกับชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อแรงงานข้ามชาติทุกคนจะได้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพ

2.      อัตราและการจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ควรมีระบบการแบ่งจ่ายสำหรับแรงงานข้ามชาติ โดยพิจารณาราคาที่เหมาะสม และระบบการจ่ายเป็นรายเดือนเพื่อแรงงานข้ามชาติจะได้สามารถเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพได้

3.      ขอให้ระบุการจัดจ้างพนักงานสุขภาพต่างด้าว(พสต.)อย่างเป็นทางการโดยให้ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสุขภาพของภาครัฐและเอกชนที่มีการขึ้นทะเบียนประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ โดยจำนวนพนักงานสุขภาพต่างด้าวต้องเหมาะสมกับจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ขึ้นทะเบียนประกันสุขภาพในโรงพยาบาลนั้นๆ และจัดให้มีการสร้างอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) เพื่อเพิ่มการบริการแก่แรงงานข้ามชาติในชุมชนไปพร้อมกับสนับสนุนการบริการด้านการดูแล รักษา ป้องกันสุขภาพในภาษาของแรงงาน

4.      ค่าประกันสุขภาพเด็กแรงงานข้ามชาติทุกคนในอัตรา 365 บาท โดยครอบคลุมเด็กถึงอายุไม่เกิน 15 ปี

5.      ลดความซับซ้อนของขั้นตอนจัดการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพ เพื่อให้แรงงานข้ามชาติสามารถซื้อประกันสุขภาพได้โดยไม่ต้องผ่านนายหน้าโดยจัดให้มี คู่มือการดำเนินการและค่าใช้จ่าย มีคำอธิบายรายละเอียดการสมัครซื้อประกันสุขภาพและแบบฟอร์มการขอซื้อประกันที่แปลเป็นภาษาแรงงาน โดยควรใช้ภาษาแบบไม่เป็นทางการ อ่านแล้วเข้าใจง่าย กระชับและชัดเจน เพื่อให้แรงงานหรือนายจ้างสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านบริษัทจัดหางานหรือนายหน้า

6.      ขอให้กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการในการติดตามการปฏิบัติตามนโยบายการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพให้กับแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามทุกคนในระดับพื้นที่ ที่มีการกำหนดข้อปฏิบัติและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน มีการจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบ เนื่องจากยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการจำนวนมากที่ไม่รู้และไม่เข้าใจนโยบายนี้

7.      ระบบประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติควรครอบคลุมการใช้สิทธิข้ามจังหวัด เนื่องจากแรงงานข้ามชาติมีการเคลื่อนย้ายตามการจ้างงาน

8.      ขอให้บริหารจัดการกองทุนประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ  ในลักษณะภาพรวมของประเทศ แทนการบริหารจัดการเป็นรายโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขและเกลี่ยค่าใช้จ่ายให้กับโรงพยาบาลขนาดเล็กอย่างเป็นธรรม

9.      ขอให้มีตัวแทนของแรงงานข้ามชาติและภาคประชาสังคมในกลไกการบริหารจัดการและกลไกในระดับนโยบายทุกระดับ เพื่อร่วมกำหนดนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้อง

 

รายชื่อหน่วยงานและเครือข่ายที่สนับสนุนข้อเสนอนี้

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์    มูลนิธิรักษ์ไทย    มูลนิธิเข้าถึงเอดส์    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย    มูลนิธิพัฒนรักษ์    มูลนิธิพัฒนาเครือข่ายเอดส์ (เอดส์เน็ท)    ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา (บ้านสุขสันต์)     สมาคมส่งเสริมพัฒนาการสังคม   มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์      มูลนิธิเพื่อนหญิง