กระทรวงแรงงานพอใจ ยอดแรงงานเป็นไปตามคาดการณ์เฉียด 8 แสน

 

กระทรวงแรงงานเปิดเผยตัวเลขแรงงานกัมพูชา ลาว เมียนมา 772,270 คน เมียนมาครองแชมป์ 451,515 คน
พบกรุงเทพมหานครจ้างงานสูงสุด 162,597 คน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทกิจการก่อสร้าง 181,772 คน 
 
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงแรงงานได้มีการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา ที่ไม่มีเอกสารและไม่มีใบอนุญาตทำงาน โดยเปิดโอกาสให้นายจ้าง-ลูกจ้างที่ทำงานอยู่ด้วยกันแจ้งความประสงค์ในการทำงานให้ถูกต้อง โดยได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว 100 ศูนย์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 7 สิงหาคม 2560 โดยระดมทรัพยากรทั้งบุคลากรและเครื่องมือจากทุกหน่วยในสังกัดกว่า 3,000 คน เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกการรับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวให้เพียงพอกับผู้มารับบริการ ซึ่งเมื่อสิ้นสุดการเปิดศูนย์รับแจ้งฯ ไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
 
ปรากฏว่ามีนายจ้างยื่นแบบคำขอจ้างคนต่างด้าว จำนวน 193,918 ราย เป็นบุคคลธรรมดามากที่สุด จำนวน 169,575 ราย นิติบุคคล จำนวน 24,060 ราย และเป็นชาวต่างชาติ 283 ราย โดยมายื่นที่ศูนย์รับแจ้ง 180,058 ราย ยื่นทางออนไลน์ 13,860 ราย มีลูกจ้างคนต่างด้าว 772,270 คน สัญชาติเมียนมามากสุด 451,515 คน คิดเป็นร้อยละ 58.47 รองลงมา กัมพูชา 222,907 คน ร้อยละ 28.86 และลาว 97,848 คน ร้อยละ 12.67 ซึ่งมีปริมาณใกล้เคียงกับที่กระทรวงแรงงานคาดการณ์ไว้ โดยจังหวัดที่มีการยื่นขอจ้างคนต่างด้าวมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร 162,597 คน รองลงมาชลบุรี 44,487 คน สมุทรปราการ 40,868 คน ตาก 38,940 คน และเชียงใหม่ 36,075 คน ขณะที่ประเภทธุรกิจที่มีการยื่นขอมากที่สุดได้แก่ กิจการก่อสร้าง 181,772 คน ตามมาด้วยกิจการเกษตรและปศุสัตว์ 170,854 คน กิจการผลิตหรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 70,384 คน กิจการให้บริการต่าง ๆ ยกเว้นกิจการรับเหมา 58,914 คน และผู้รับใช้ในบ้าน 51,512 คน
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า หลังจากนายจ้างยื่นแบบคำขอจ้างคนต่างด้าวดังกล่าวแล้ว จะเป็นการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้างว่าทำงานด้วยกันจริงหรือไม่ ตรวจสอบหลักฐานที่ยื่นถูกต้องหรือไม่ ลูกจ้างมีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งผู้ผ่านการคัดกรองจะได้รับหนังสือรับรองเพื่อไปตรวจสัญชาติต่อไป
 
สำหรับการตรวจสัญชาตินั้น ก็ได้รับความร่วมมือที่ดีจากประเทศต้นทางคือ เมียนมา ซึ่งมีศูนย์ตรวจสัญชาติในไทยแล้ว 6 ศูนย์ 5 จังหวัด คือ สมุทรสาคร 2 ศูนย์ สมุทรปราการ เชียงราย ตาก และระนอง จังหวัดละ 1 ศูนย์ แต่ขณะนี้ทางการเมียนมาแจ้งว่าจะเปิดเพิ่มอีก 3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ นครสวรรค์ และสงขลา ขณะเดียวกันทางการกัมพูชาก็จะตรวจสัญชาติในประเทศไทยเช่นกัน 3 จังหวัดคือ ระยอง สงขลา และกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการดำเนินการในรูปแบบ One Stop Service (OSS) ตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยภายในศูนย์ OSS จะมีทางการเมียนมาตรวจสัญชาติออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) ทางการกัมพูชาออกเอกสารเดินทาง (TD) ตรวจคนเข้าเมืองตรวจลงตราวีซ่า สาธารณสุข ตรวจโรค และทำประกันสุขภาพ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานออกใบอนุญาตทำงาน โดยจะแล้วเสร็จภายใน 1 วัน แรงงานสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องทันที ส่วนลาวต้องเดินทางกลับประเทศแล้วกลับเข้ามาทำงานตามระบบ MOU
 
ที่มาจาก https://www.doe.go.th/prd/main/news/param/site/1/cat/7/sub/0/pull/detail/view/detail/object_id/8763