ผลสำเร็จของโครงการฟ้ามิตร

ในระยะแรกโครงการฟ้ามิตรได้ดำเนินกิจกรรมป้องกันเอชไอวี ซึ่งสามารถเข้าถึงแรงงานข้ามชาติได้มากกว่า 480,000 คน ใน 22 จังหวัดของประเทศไทย ระหว่างปี 2546-2552 องค์กรภาคีของฟ้ามิตรได้ใช้กลยุทธต่างๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และสร้างความตระหนักของแรงงานข้ามชาติ ต่อเรื่องเอชไอวี เพิ่มอัตราการใช้ถุงยางอนามัย ส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ และการบริการเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ รวมทั้งการให้คำปรึกษาและการตรวจเอชไอวีโดยสมัครใจ ฟ้ามิตรได้จัดให้มีบริการสาธารณสุขที่ "เป็นมิตรกับแรงงานข้ามชาติ" โดยการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว
ที่โรงพยาบาลของรัฐใน 10 จังหวัด ในขณะที่ฟ้ามิตรบรรลุเป้าหมายในหลายๆด้าน แต่ทว่ายังคงมีช่องว่างในการให้บริการด้านการป้องกันจนถึงการรักษาแก่แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

การเข้าถึงกลุ่มประชากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด (MARPs)

โครงการ "ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีโดยส่งเสริมการบูรณาการและการสร้างเครือข่ายการเข้าถึงบริการของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงยาก" หรือโครงการแชมเปี้ยน เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 - พฤษภาคม 2557 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนโลกด้านเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย รอบ 8 โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่โดยการขยายกิจกรรมป้องกันเอดส์อย่างเบ็ดเสร็จสำหรับกลุ่มประชากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงและความเปราะบางมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ พนักงานบริการ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด และกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

องค์ประกอบด้านแรงงานข้ามชาติของโครงการแชมเปี้ยน

"โครงการฟ้ามิตร เป็นองค์ประกอบในด้านแรงงานข้ามชาติของโครงการแชมเปี้ยน" ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิรักษ์ไทยในฐานะผู้รับทุนหลัก ร่วมมือกันกับองค์กรเอกชนอีก 7 องค์กร และสำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข โครงการฟ้ามิตร มีเป้าหมายในการให้บริการด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีไปสู่แรงงานข้ามชาติมากกว่า 600,000 คนจากพม่า กัมพูชา และ ส.ป.ป.ลาว ใน 37 จังหวัดของประเทศไทยและจะขยายรูปแบบการให้บริการสาธารณสุข "ที่เป็นมิตรกับแรงงานข้ามชาติ" ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด